โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร ? 

โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท

 

โรคพิษสุนัขบ้าติดต่อทางใดและติดสัตว์ชนิดใดได้บ้าง ?

เชื้อไวรัสจะมากับน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล โดยสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถติดได้ เช่น แมว หนู ลิง ค้างคาว และที่พบได้บ่อยที่สุดคือ สุนัข

***โลมาและปลาวาฬก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนะคะ***

 

เราจะป้องกันการแพร่กระจายของโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างไร ?

การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด สัตว์ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การฉีดวัคซีนป้องกันในสัตว์นั้น สัตวแพทย์จะเป็นผู้ที่ทำการฉีดวัคซีน เพื่อให้แน่ใจได้ว่าสัตว์ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ถูกต้อง โดยในสุนัขและแมวควรจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไปและฉีดกระตุ้น อีกครั้ง 2-4 อาทิตย์หลังจากกระตุ้นเข็มแรกไปแล้วตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

ในสัตว์ปศุสัตว์ เช่น สุกร ไก่ ปกติแล้วไม่มีกำหนดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แต่อย่างไรก็ตามหากสัตว์เหล่านั้นมีความใกล้ชิดกับคนตลอดเวลา ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

สัตว์ป่าปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่มีข้อบ่งใช้ให้สามารถฉีดในสัตว์ป่าได้ แต่กฎหมายคุ้มครองห้ามนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือเก็บไว้ในครอบครอง เนื่องจากจะมีความผิดทางกฎหมายแล้วยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าอีกด้วย

 

จะทำอย่างไรเมื่อถูกสัตว์ที่สงสัยกัด ?

1. ล้างแผลทันทีด้วยน้าสะอาด ฟอกด้วยสบู่ 2-3 ครั้ง แล้วทาแผลด้วยเบตาดีน หรือ แอลกอฮอล์ แล้วรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที

2. ถ้าสุนัขตายให้นำซากมาส่งตรวจ ถ้าหากสุนัขไม่ตายให้ขังไว้ดูอาการ 10 วัน ขณะเดียวกันให้รีบไป ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

3. ในกรณีที่ติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้ เช่น เป็นสัตว์ป่า สัตว์จรจัด สัตว์กัดแล้วหนีไป จำเป็นต้องรับการฉีดวัคซีน

4. ผู้ที่ต้องมารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าคือ มีบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยช้ำเขียวหรือมีเลือดไหล แผลถลอก รวมทั้งผู้ที่ถูกสุนัขเลียที่นัยน์ตา ริมฝีปาก และผิวหนังที่มีแผลถลอก

 

เรียบเรียงโดย

สัตวแพทย์หญิงนริสา พลอยแก้ว

ผู้จัดการสัตวแพทย์และผู้อำนวยการศูนย์วิชาการสัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์เมตตา